ผู้เขียน หัวข้อ: รบกวนปรึกษาพี่หมอเรื่อง Cruze 1.8 AT LTZ 2013 มือ 2 ครับผม  (อ่าน 687 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Joey

  • Coat เบาบาง
  • *
  • กระทู้: 2
เนื่องจากปัจจุบันผมขับ optra 1.6 CNG อยู่.
แต่อยากจะหล่อขึ้นจึงเล็ง Cruze 1.8 AT LTZ 2013 มือ 2 ( ตัวที่ใช้ E85 ได้ ) ไว้เพื่อที่จะเอามาติดเเก๊ส.
เลขไมล์ประมาณ 27k.   ราคาที่ได้มาประมาณ 370k.
จึงอยากจะรบกวนขอคำแนะนำจากพี่หมอว่า ตัวนี้ปัญหาเยอะเเค่ไหน และน่าเล่นหรือไม่ครับผม.
รบกวนขอคำชี้เเนะด้วยนะครับผม
ขอบพระคุณมากครับ.

ออฟไลน์ X-Ray

  • ประทาน
  • เงา Hard Coat
  • *****
  • กระทู้: 6981
Re: รบกวนปรึกษาพี่หมอเรื่อง Cruze 1.8 AT LTZ 2013 มือ 2 ครับผม
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2015, 11:33:01 pm »
Cruze 2013 ยังคงมีปัญหา เรื่องฝาสูบแตก (ราคาฝารวมค่าแรง ประมาณแสนกว่า)
เกียร์ แม้เป็น gen. ใหม่ ก็ยังคงต้องซ่อมเกียร์เหมือน cruze 2011
เคยผ่าเครื่อง ผ่าเกียร์ cruze 1.8 ทุกปีมาหมดแล้วครับ
ตั้งแต่ cruze 1.8 ปี 2011-2014 เคยผ่ามาซ่อม มาดูหมดแล้วครับ
เลยรู้ว่าเกียร์ Gen. II ไส้ใน ต่างกันยังไง และ เกียร์ก็ยังคงมีปัญหาครับ
เครื่อง cruze 1.8 รู้มานานแล้วคนับ ว่าแต่ละปี ต่างกันยังไง
ส่วนเกียร์ cruze 1.8 ที่เป็นเกียร์ตัวใหม่ มากระจ่างเอาตอน 2 เดือนที่ผ่านมา
เพราะเพิ่งผ่าเกียร์ cruze 2011 คู่กับ ผ่าเกียร์ cruze 2014
ทำพร้อมกัน 2 ลูก

ซื้อได้ครับ หากรับราคาซ่อม และ ปัญหาในอนาคตได้
เพราะยังไง พี่ก็ซ่อมได้ครับ (ค่าซ่อม optra คงเทียบ cruze ไม่ได้
เพราะ optra ค่าซ่อมถูกกว่า)

รถที่อู่พี่ เกิน 80% เป็น cruze กับ optra (นอกนั้น cap,lumina,aveo,zafira,sonic)
ค่าซ่อม optra ต่างกันมาก กับค่าซ่อม cruze

กลุ่มคนใช้ cruze จะค่อนข้างพร้อม กับค่าซ่อมครับ แม้จะต้องจ่ายแพง
(แม้ไม่พร้อม ก็พอหาทัน) เพราะมันต้องทำ ไม่งั้น ขับไม่ได้
เช่น เครื่องพัง,เกียร์พัง,ระบบไฟรวน,โมดูลคอพวงมาลัยเสีย
กล่อง ecu เสีย,ตู้แอร์รั่ว,คอยล์เสีย,engine oil แตก,
กะโหลกวาล์วแปรผันเสีย,วาล์วน้ำแตก,มูเลย์ล่างแตก
เปิดจ็อบ อย่างน้อยระดับครึ่งหมื่น ถึง แสน
(คนใช้ optra อาจไม่ค่อยรู้ค่าซ่อมครูซ
แต่ถามลูกค้า cruze ผมได้ครับ)

รถ optra เน้นซ่อมเซฟ เอาพอใช้ได้
เครื่องไม่ค่อยเป็นอะไร แต่ยางฝาวาล์ว ชอบมีน้ำมันเครื่องเยิ้ม
เกียร์นี่หายห่วง
ระบบไฟน้อยกว่า cruze เยอะ
วาล์วแปรผันไม่มี ก็ไม่ต้องซ่อม
วาล์วน้ำ เป็นอะลูมิเนียม ไม่มีแตก
Engine oil ไม่มี หมดกังวล ว่าน้ำมันเครื่องเข้าไปในน้ำยาหล่อเย็น
ตู้แอร์ ไม่เคยรั่ว (มีน้อยจริงๆ)
คอยล์ กว่าจะเสีย ก็เกินแสนโลไปไกล (cruze ได้ประมาณห้าหมื่นโล
คอยล์ไฟฟ้า ตัวละเกือบหมื่น)
ติดแก็ส ก็จบง่าย

- ช่วงล่าง optra นุ่มนวล และ ให้ตัวดีกว่ามาก
- เกียร์ optra ลื่นไหลดีมาก
- cruze หล่อมาก
- ทางเรียบ ทางโค้ง cruze ทรงตัวดีกว่ามาก
- ทางขรุขระ optra รูดดีกว่ามาก
- cruze ของแต่งเยอะมาก
- optra แต่งมากๆ ก็ไม่สวยเท่า cruze เดิมๆ
- cruze+optra = cruzoptra (จะพิมพ์ทำไม 555+)
- พี่มีทั้ง cruze และ optra (ชอบทั้งคู่
  เป็นรถที่บุคลิกต่างกัน แต่ชอบเหมือนกัน...อ่านแล้วงง)
- ขับ cruze จะรู้สึก ว่าโดดเด่นบนถนนมาก คนมองเยอะ (รถพี่แต่งเต็ม) เครื่องแรง
      ขับเข้าคอนโด,ไปส่งลูกโรงเรียน ใครก็จำได้หมด
  ขับ optra ก็ดูกลืนๆ กับรถทั่วๆไป (optra พี่ก็แต่ง แต่ก็ได้แค่นั้นแหละ)
  (คนอยากเปลี่ยนรถ เหตุผลตรงนี้ มีผลพอสมควร)
- cruze หากเปรียบเทียบ...ก็เหมือนผู้หญิงสวย ที่ใครก็อยากลอง
  แม้จะรู้ ว่าอาจต้องเจ็บ (เจ็บค่าซ่อมบำรุง)
- ใช้ cruze คันเดียวในบ้าน,ใช้รถเยอะ (เกิน 60 กม./วัน)
  ระยะทางที่ใช้มากขึ้น คือ ค่าใช้จ่ายการดูแลเยอะขึ้น
- optra ช่างซ่อมเยอะกว่าช่างซ่อม cruze
- cruze อีก 10 ปี ก็ยังสวย
- optra ดูจืดแล้ว แถมวิ่งเยอะ จนชินตา
- cruze ยังมีคนใช้เยอะอยู่ แต่ไม่รู้นานเท่าไหร่
- cruze 1.8 ปี 2011 เจ็บเยอะสุด โดนกลุ่มแรกๆสุด
  หลายคนขายทิ้ง,หลายคน ยังใช้ (มีอู่ที่พอพึ่งได้)
  ลูกค้าพี่ เกินครึ่ง เป็นปี 2011 (ยังเป็นรถมือเดียว
  เพราะขายต่อไม่ลง)
- ใครเคยบ่นค่าซ่อม optra
  หากดูบิลซ่อม cruze คงเป็นลม)
- cruze ยังเป็นรถที่เย้ายวนชวนมอง
  เหมือนสาวสวย
  หนุ่มๆก็อาจจะอยากลอง แม้สุดท้ายจะต้องเจ็บ
- cruze diesel คงรู้ว่ามีปัญหาน้อย
  แต่น้องคงพิจารณาแล้ว ว่าไม่เอา
  เพราะอยากได้รุ่นเบนซิน มาติดแก็ส
- ซื้อมา ต้องทำใจ ว่าอาจมีซ่อมหนัก ในระยะเวลาไม่นานหลังจากซื้อ


ขอให้ได้รถถูกใจครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 12, 2015, 11:37:33 pm โดย X-Ray »

Lumina.. My life & Style

ออฟไลน์ Joey

  • Coat เบาบาง
  • *
  • กระทู้: 2
Re: รบกวนปรึกษาพี่หมอเรื่อง Cruze 1.8 AT LTZ 2013 มือ 2 ครับผม
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2015, 12:22:22 am »
โอ้ว ข้อมูลมาเป็นชุดเลย ขอบคุณพี่หมอมากๆๆๆเลยครับผมสำหรับคำแนะนำแต่ก็ยังเป็นห่วงเรื่องค่าซ่อมอยู่ ก็คงต้องขับ optra กันต่อปายเพราะ optra ปัญหาน้อยจริงๆ ตอนนี้ขับมาก็ 2 แสนโลละครับยังไม่มีปัญหาหนักๆอะไรเลยครับ ขอขอบคุณพี่หมออีกครั้งนะครับผม